รูปแบบการปกครอง

เรื่องเล่าขานแห่งประวัติศาสตร์อารยันอันเก่าแก่  มีต้นกำเนิด ณ บริเวณที่ราบสูงสามเหลี่ยมซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสองน่านน้ำ  ทะเลแคสเปียนทางตอนเหนือ  และอ่าวเปอร์เซียกับทะเลโอมานทางทิศใต้  ภายในอ้อมกอดของเทือกเขาสูงซากรอส (Zagros) และอัลบอร์ช (Alborz) ผสานด้วยผืนทะเลทรายกว้างใหญ่


กลายเป็นความหลากหลายอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์และแฝงด้วยมนตราแห่งอารยธรรมล้ำลึกรอบรั้วของอิหร่านเป็นเรื่องราวของชาวอาหรับที่ผ่านเป็นเรื่องราวครั้งอดีตร่วมกันมา  เขตแดนทางตอนเหนือแนบชิดกับอาร์เมเนีย  อาเซอร์ไบจาน  เติร์กเมนิสถาน  ทางตะวันตกติดต่อกับอัฟกานิสถานกับปากีสถาน ส่วนตะวันตกติดกับตุรกี หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบในผืนแผ่นดินของอิหร่านบ่งบอกถึงร่องรอยของชีวิตผู้คนที่ย้อนเวลากลับไปถึง 8 พันปี  ได้แก่  รูปปั้นที่ทำด้วยดินเหนียว  ซึ่งสันนิษฐานว่าทำขึ้นเพื่อใช้ในพิธีกรรมทางเวทมนต์คาถาสำหรับการล่าสัตว์  รวมถึงเพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์




        ในศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล ชาวเอลาไมต์พยายามเข้าครอบครองดินแดนตะวันตกของเปอร์เซีย  หุบเขาไทกรีส   และชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียจนกระทั่งได้ชัยชนะเหนืออัสซีเรียน  และนำหินศักดิ์สิทธิ์  Code of Hammurabi ของอัสซีเรียกลับมาด้วย  (โบราณวัตถุอันล้ำค่าชิ้นนี้ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์  ในกรุงปารีส  ส่วนที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอิหร่านนั้นเป็นของลอกเลียนแบบ) และในปี 330 ก่อนคริสตกาล  พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกเข้าโจมตีเปอร์เซีย  หลังจากประทับอยู่ที่เมืองเปอร์ซีโปลิสเป็นเวลาหลายเดือนได้ถูกไฟไหม้จนวอดทั้งเมือง   ในเวลาต่อมาเ
มื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์สิ้นพระชนม์โดยที่ยังไม่ได้สร้างระบบการปกครองในถิ่นนี้  มรดกของชาวอาเคมีเนสก็กระจัดกระจายไป อิทธิพลของกรีซกับจารีตแบบอาเคมีเนสผสมผสานภายใต้พระราชวงศ์ซีลิวซิด ส่วนในราชวงศ์ปาเธียน  ซึ่งปกครองในช่วงศตวรรษที่ 2 และ 3 ก่อนคริสตกาล นั้น  ทั้งการค้าและวิทยาการด้านสถาปัตยกรรมเปอร์เซียรุ่งเรืองมาก ราชวงค์ซัสซานียะฮ์  หรือเปอร์เซียนที่ 2 เป็นยุคสุดท้ายของศาสนาโซโรอัสเตอร์  ก่อนที่ชาวอาหรับจะบุกเข้ามายึดครองเปอร์เซีย  โดยราชวงศ์สะมะนีได้รักษาประเพณีวัฒนธรรมแบบบอิหร่าน  และส่งเสริมวรรณกรรมและปรัชญาได้อย่างดี ขณะที่ราชวงศ์บูยิดมีอำนาจทางทหาร มองโกลเข้ารุกรานอิหร่านในปี ค.. 1220 แม้เจงกิสข่านจะทำความเสียหายให้มากมาย  แต่รุ่นลูกหลานในราชวงศ์อีลข่านก็ส่งเสริมศาสนาอิสลามให้รุ่งเรือง  เปอร์เซียกลับกลับมาครองอำนาจอีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ชาห์อิสมาอิล  สุลต่านองค์แรกของราชวงศ์ฟาซาวียะฮ์ หรือเปอร์เซียที่ 3 ได้ถูกยกให้เป็นผู้นำของกลุ่มชาวซีอะห์  และสิ้นราชวงศ์ในปี ค.. 1772 เป็นจุดสิ้นสุดของเปอร์เซีย  ราชวงศ์กอจาร์ ขึ้นปกครองอิหร่านตลอดศตวรรษที่ 19 การบุกเบิกการค้าน้ำมันให้ต่างชาติเริ่มต้นในยุคนี้เกิดการปฏิวัติของอิสลามขึ้นในราชวงศ์ปาลาวี เมื่อ ค.. 1979 อะยาโตเลาะฮ์  โคไมนี (Ayatollah Khomeini) ก้าวเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของ “สาธารณรัฐอิสลาม” สงครามอ่าวเปอร์เซียระหว่าง อิรัก – อิหร่าน ปะทุขึ้นทันทีและกินเวลานานถึง 8 ปี  โคไมนีเสียชีวิตในปี ค.. 1989 อะยาโตเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ได้ขึ้นเป็นประธานาธิปดีคนที่สอง  จนถึง ค.. 1997  ประธานาธิบดีคาตามี  (Ayatollah  Hojjat-ol-Eslam Sayed Mohammad Khatami) ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น  ดำรงตำแหน่งถึง 2 สมัย แต่ก็พ่ายให้กับรอจซันจานิ (Ayatollah  Ali-Akbar Hasheml Rajsanjani) และประธานาธิบดีคนล่าสุดมีชื่อว่า มะมูดห์ อะห์มาดิเนจัด (Mahmoud Ahmadinejad)


        ชาวเปอร์เซียนับเป็นชนชาติแรกในฐานะของชนชาวเอลาไมต์และอารยันเข้ามาตั้งอาณาจักรอาเคมีเนสในแค้วนฟาร์สของอิหร่านตรายจนปัจจุบัน  การดำรงอยู่ของชาวเปอร์เซียที่มีอยู่ถึงครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดกว่า 70 ล้านคนในประเทศอิหร่านสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของชนชาตินี้
ที่นอกจากนี้จะคงวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้แล้วยังคงซึมซับวัฒนธรรมอื่นที่เคยสัมผัส  นำมาผสมผสานเข้าไว้ด้วนกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวเปอร์เซียอันงดงามและมีเอกลักษณ์  อันสะท้อนได้จากสถาปัตยกรรม  ศิลปะ  และวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน  โดยเฉพาะอิทธิพลของภาษาฟาร์ซีของชาวเปอร์เซีย  ที่กลายมาเป็นภาษาหลักของชาวอิหร่าน  และพรมเปอร์เซียก็มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลกทั้งในแง่ของคุณภาพและควมงดงาม  แม้ลวดลายจะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในอิหร่านนั้นการเรียกร้องสิทธิสตรีสูงมาก  อาจเป็นเพราะผู้หญิงชาวอิหร่านเคยมีเสรีภาพทัดเทียมกับผู้ชายมาก่อนที่จะถูกกำหนดด้วยหลักศาสนา  จนปัจจุบันผู้หญิงอิหร่านเริ่มได้สิทธินี้กลับคืนมา  ทุกวันนี้ผู้หญิงได้ที่นั่งได้ที่นั่งในสภากลับคืนมา  ขับรถไปไหนต่อไหนได้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงได้  รวมทั้งไปเรียนและทำงาน  แถบผู้หญิงยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มากกว่าผู้ชายด้วย  สาวสมัยใหม่ใส่กางเกงยีนต์ทับด้วยเสื้อคลุมยาวที่ดูทันสมัย  และคลุมผ้าคลุมศรีษะที่มีสีสัน  ขณะที่ภาพยนต์เรื่อง  The Apple ของ Samira Makhmalbaf  สะท้อนภาพหญิงชาวอิหร่านตามที่เป็นจริง  และเด็กชายหญิงแสดงความสนใจในวัฒนธรรมตะวันตก  แต่พวกเขาก็ยังรักษาวิถีประเพณีที่ดีงามไปพร้อมกัน  เฉกเช่นกับชาวอิหร่านที่มีความละเอียดอ่อน  เต็มเปี่ยมด้วยศิลปะในจิตวิญญาณ  ดูเหมือนผู้คนกว่าร้อยละ  80  ของประเทศจดจำบทกวีจาก Rubaiyat ที่รจนาโดย Omar Khayyam  กวียุคศตวรรษที่ 12 ได้แทบทั้งนั้น


เป็นประเทศในตะวันออกกลางที่มีพรมแดนติดกับอ่าวโอมานอ่าวเปอร์เชีย และทะเลแคสเปียน มีพรมแดนด้านตะวันออกจรดอัฟกานิสถานและปากีสถาน ด้านเหนือจรดอาร์เมเนีย อาร์เซอร์ไบจาน และเติร์กเมนิสถาน พรมแดนด้านตะวันตกจรดอิรักและตุรกี

 

ชื่อประเทศ

สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Iran)


ที่ตั้ง

เป็นประเทศในตะวันออกกลางที่มีพรมแดนติดกับอ่าวโอมานอ่าวเปอร์เชีย และทะเลแคสเปียน มีพรมแดนด้านตะวันออกจรดอัฟกานิสถานและปากีสถาน ด้านเหนือจรดอาร์เมเนีย อาร์เซอร์ไบจาน และเติร์กเมนิสถาน พรมแดนด้านตะวันตกจรดอิรักและตุรกี


ขนาดพื้นที่:  1.648 ล้านตารางกิโลเมตร


เมืองหลวง:  กรุงเตหะราน (Tehran)

หน้าต่อไปinfo_2.html